รวมวิตามินดูแลผิว แก้ปัญหาผิวต่างๆ เผยผิวสวยเนียนใสอย่างมั่นใจ

ปัญหาผิว เป็นปัญหาที่กวนใจสาวๆ ไม่น้อยเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นรอยแผลเป็น ฝ้า กระ รอยดำรอยแดงจากสิว ริ้วรอยหรือปัญหาผิวหมองคล้ำ แต่ก็สามารถแก้ไขได้ไม่ยาก ด้วยการทานวิตามินหรือสารสกัดที่มีส่วนช่วยในการบำรุงผิวและแก้ปัญหาเหล่านั้นโดยตรง ซึ่งเราก็ได้รวบรวมวิตามินที่ใช้สำหรับดูแลผิวในกรณีต่างๆ มาแนะนำกันดังนี้

วิตามินดูแลผิว

วิตามินลดรอยแผลเป็น

เมื่อเกิดอุบัติเหตุหรือได้รับการผ่าตัดมา หลายคนก็มักจะมีรอยแผลเป็นเหลือทิ้งไว้ให้กลุ้มใจเป็นอย่างมาก โดยสำหรับวิตามินลดรอยแผลเป็น ก็มีดังนี้

1.วิตามินอี

วิตามินอีสามารถลดรอยแผลเป็นได้ดี ไม่ว่ารอยแผลเป็นนั้นจะเกิดจากอะไรก็ตาม โดยวิตามินอีจะเข้าไปยับยั้งการสร้างอนุมูลอิสระที่เป็นตัวการขัดขวางการฟื้นตัวของแผล ให้มีน้อยลง พร้อมทั้งเสริมสร้างคอลลาเจนเพื่อเพิ่มความแข็งแรงและความยืดหยุ่นให้กับผิวหนังมากขึ้น จึงทำให้รอยแผลเป็นค่อยๆ จางลง หรือหากเน้นการทานวิตามินอีในช่วงแรกของการเกิดแผล ก็จะช่วยลดการเกิดแผลเป็นได้อีกด้วย อย่างไรก็ตาม ในบางคนอาจเกิดการแพ้ต่อวิตามินอีเสริมได้ โดยเฉพาะวิตามินอีชนิดทา ซึ่งจะทำให้เกิดเป็นผื่นแพ้ขึ้นมาได้นั่นเอง

2.อัลเลียม ซีปา

เป็นสารสกัดจากหัวหอม ที่มีส่วนช่วยในการต่อต้านการอักเสบและลบรอยแผลเป็นได้ดีเหมือนกัน แต่ต้องใช้เวลาพอสมควรจึงจะเห็นผล โดยสารสกัดชนิดนี้มักจะมาในรูปของเจลหรือครีมบำรุงผิว ที่มีอัลเลียม ซีปา เป็นส่วนประกอบ ซึ่งจะนำมาใช้ทาที่รอยแผลเป็นอย่างต่อเนื่องเป็นประจำ จนกระทั่งรอยแผลเป็นค่อยๆ ยุบและจางลงไปในที่สุด

3.วิตามินซี

วิตามินซีนอกจากมีคุณสมบัติในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ลดการเป็นไข้หวัดได้ดีแล้ว ก็สามารถเสริมสร้างคอลลาเจน เพื่อช่วยสมานแผลและลดรอยแผลเป็นให้ดูจางลงได้อีกด้วย โดยเฉพาะรอยแผลเป็นจากการผ่าตัด จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมคนที่ผ่านการผ่าตัดมา ควรทานอาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินซีนั่นเอง ซึ่งทั้งนี้วิตามินซีก็สามารถหาทานได้ง่ายจากอาหารทั่วไป เช่น มะนาว ส้ม มะเขือเทศสับปะรด หรือทานในรูปของอาหารเสริม โดยควรทานให้ได้วันละ 500 มิลลิกรัม จะให้ผลดีที่สุด

วิตามินรักษาฝ้า กระ

ฝ้า กระ มักจะขึ้นเด่นชัดบนใบหน้าจนน่าตกใจ และทำลายความมั่นใจของสาวๆ ได้เป็นอย่างมาก ดังนั้นมารักษาฝ้า กระให้หายไป ด้วยวิตามินที่มีส่วนช่วยในการลดเลือนฝ้า กระ ให้จางลงกันดีกว่า

1.วิตามินเอ

วิตามินที่จะช่วยป้องกันการเกิดฝ้า กระ และรักษาฝ้า กระ ได้เป็นอย่างดี นั่นก็เพราะว่าวิตามินเอมีสารที่ชื่อว่า Antioxidants ซึ่งจะช่วยป้องกันการเกิดรอยฝ้าและกระได้ ทั้งยังมีฤทธิ์ในการต่อต้านอนุมูลอิสระที่เป็นตัวการทำลายผิวอีกด้วย ดังนั้นคนที่อยากมีผิวสวย ไร้ปัญหาผิวมากวนใจ จึงไม่ควรมองข้ามการทานวิตามินเอเสริมอย่างเด็ดขาด ซึ่งคนเราก็ควรได้รับวิตามินเอเสริมที่เฉลี่ยวันละ 600-800 ไมโครกรัม เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพในการดูแลผิวที่ดียิ่งขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม วิตามินเอหากทานมากเกินไปก็จะก่อให้เกิดผลเสียได้ คือจะทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย อาเจียน เบื่ออาหาร นอนไม่หลับ ผมร่วงและท้องผูกนั่นเอง

2.วิตามินบี 12

วิตามินที่มีส่วนช่วยในการลดเลือนรอยฝ้า และรักษากระได้อย่างดีเยี่ยม พร้อมกับยับยั้งการทำงานของเม็ดสี จึงทำให้ฝ้าดูจางลงอย่างเห็นได้ชัด และยังปรับสีผิวให้ดูขาวกระจ่างใสยิ่งขึ้นอีกด้วย ซึ่งนอกจากจะมีประโยชน์ในด้านของความงามแล้ว วิตามินบี 12 ก็สามารถบำรุงเลือด บำรุงสมองและแก้โรคเหน็บชาได้เหมือนกัน โดยทั้งนี้วิตามินบี 12 ก็สามารถหาทานได้ง่ายในรูปของวิตามินเสริม และจากอาหารทั่วไป เช่น เนื้อสัตว์ ไข่แดง น้ำปลา อาหารหมักดอง ตับ และไต เป็นต้น แต่หากได้รับมากเกินไป ก็จะไปขัดขวางการดูดซึมแร่ธาตุอื่นๆ จนทำให้ร่างกายเกิดภาวะขาดแร่ธาตุบางชนิดไปอีกด้วย

3.วิตามินอี

วิตามินอี ไม่เพียงแต่ช่วยลดรอยแผลเป็นเท่านั้น แต่ยังมีคุณสมบัติในการดูแลผิวและรักษาฝ้ากระ ได้อีกด้วย ซึ่งใน 1 วัน คนเราควรได้รับวิตามินอีเฉลี่ย 1,000 IU เพื่อให้สามารถลดเลือนรอยฝ้ากระได้อย่างรวดเร็ว และปรับสีผิวให้ดูขาวใสเรียบเนียนขึ้นได้ อีกทั้งยังสามารถฟื้นฟูสภาพผิวให้กลับมาเปล่งปลั่งและมีความยืดหยุ่นกว่าเดิม พร้อมเพิ่มความแข็งแรงให้กับเซลล์ผิวมากขึ้นไปอีก ดังนั้นใครที่อยากมีผิวสวย หมดกังวลทั้งปัญหารอยแผลเป็นและฝ้ากระ ก็ต้องทานวิตามินอีเสริมกันเลย แต่วิตามินอีหากทางมากเกินไป ก็จะทำให้เกิดอาการปวดท้อง คลื่นไส้อาเจียนได้ เพราะฉะนั้นควรทานในปริมาณที่พอเหมาะจะดีกว่าวิตามินดูแลผิว

วิตามินลดรอยดำจากสิว

สำหรับใครที่มีปัญหารอยดำจากสิว วิตามินช่วยคุณได้ เพียงแค่เลือกทานวิตามินที่มีส่วนช่วยในการลดเลือนรอยดำสิวจากสิวให้ดูจางลงเท่านั้น ซึ่งได้แก่

1.วิตามินซี

มั่นใจรอยสิวหาย เผยผิวใหม่ที่มีความเรียบเนียนกระจ่างใสยิ่งกว่า ด้วยวิตามินซี โดยวิตามินซีจะช่วยสมานแผล ต่อต้านอนุมูลอิสระ และลดการผลิตเม็ดสีให้น้อยลง จึงทำให้รอยดำจากสิวค่อยๆจางลงอย่างเห็นได้ชัด และหายไปในที่สุด ซึ่งก็สามารถลดรอยดำจากสิวได้ทั้งวิธีการกินวิตามินซีเสริมและการใช้ผลิตภัณฑ์ลดรอยสิวที่มีวิตามินซีเป็นส่วนผสมเลยทีเดียว นอกจากนี้วิตามินซียังมีส่วนช่วยในการเสริมสร้างคอลลาเจนในร่างกาย ให้ผิวมีความยืดหยุ่นและดูชุ่มชื้นมากกว่าเดิมอีกด้วย อย่างไรก็ตามหากได้รับมากเกินไปก็จะทำให้เกิดผลเสีย คือเกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียนและจุกเสียดได้ ดังนั้นควรทานวิตามินซีอย่างเหมาะสม ที่วันละ 1,000-2,000 มิลลิกรัมจะดีกว่า

2.โจโจบาออยล์

เป็นน้ำมันจากธรรมชาติ ที่มีส่วนช่วยในการผลัดเซลล์ผิวเก่าและเผยผิวใหม่ที่ดูกระจ่างใสกว่าเดิม จึงสามารถช่วยลดรอยดำรอยแดงจากสิวให้ดูจางลงได้ ทั้งยังช่วยดูแลและปกป้องผิวจากการถูกทำลายด้วยมลพิษ พร้อมเติมความชุ่มชื้นเนียนนุ่มให้กับผิวได้อย่างมั่นใจ ที่สำคัญเป็นสารสกัดที่ได้จากธรรมชาติ 100% จึงสามารถนำมาใช้ลดรอยสิวได้อย่างปลอดภัยและหมดกังวลไปได้เลย ซึ่งในปัจจุบันก็มีขายทั้งแบบโจโจบาออยล์ 100% และในรูปของครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของโจโจบาออยล์ ดังนั้นลองหาโจโจบาออยล์มาใช้ เพื่อลดเลือนรอยดำจากสิวบนใบหน้าของคุณกันดูสิ

3.สารสกัดเปลือกสน

สุดยอดสารสกัดจากธรรมชาติ ที่ขึ้นชื่อในเรื่องของการบำรุงผิวและลดรอยดำจากสิวมากที่สุด และเนื่องจากเป็นสารสกัดจากธรรมชาติแท้ 100% จึงไม่ทำให้เกิดการระคายเคือง แม้ผิวบอบบางก็ใช้ได้ ซึ่งในปัจจุบันก็มีขายทั้งในรูปแบบครีมและอีกหลากหลายเลยทีเดียว ที่สำคัญไม่เพียงแต่จะช่วยลดรอยดำจากสิวเท่านั้น แต่ยังสามารถป้องกันการเกิดสิวและช่วยให้สิวยุบเร็วขึ้นอีกด้วย มีประโยชน์ดีๆ แบบนี้ คงต้องลองหาซื้อมาใช้กันแล้ว


4
.สารสกัดจากเมล็ดองุ่น

หมดกังวลเรื่องปัญหารอยสิวด้วยสารสกัดจากเมล็ดองุ่น ที่จะช่วยจัดการทุกปัญหารอยสิวได้อย่างอยู่หมัด โดยทั้งนี้สารสกัดจากองุ่นจะเข้าไปเสริมความยืดหยุ่นให้กับคอลลาเจน และเติมอิลาสตินให้กับผิว จึงทำให้รอยสิวค่อยๆจางลงไป ไม่ว่าจะมีความเด่นชัดมากแค่ไหนก็ตาม นอกจากนี้ก็มีส่วนช่วยในการป้องกันความเหี่ยวย่นของผิว และทำให้ผิวดูขาวกระจ่างใสขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย

วิตามินต่อต้านริ้วรอย

ริ้วรอยเรียกได้ว่าเป็นปัญหาใหญ่สำหรับสาวๆ เลยทีเดียว เพราะจะทำให้ดูแก่เร็วได้ แต่การจัดการกับปัญหาริ้วรอยบนใบหน้าก็ไม่ได้แย่อย่างที่คิด โดยมีวิตามินที่สามารถต่อต้านการเกิดริ้วรอยได้ดังนี้

1.คอลลาเจน

คอลลาเจนเป็นสารชนิดหนึ่งที่มีความจำเป็นต่อผิวพรรณของคนเราเป็นอย่างมาก เพราะคอลลาเจนจะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิว จึงทำให้ผิวดูเต่งตึงและมีสุขภาพผิวที่ดีมากกว่าเดิม ทั้งยังต่อต้านการเกิดริ้วรอยและช่วยลดเลือนริ้วรอยให้จางลงได้อีกด้วย ซึ่งปกติแล้วร่างกายของคนเราจะสามารถผลิตคอลลาเจนขึ้นมาเองได้ แต่ก็ไม่เพียงพอต่อความต้องการอยู่ดี จึงจำเป็นที่จะต้องทานคอลลาเจนเสริม เพื่อเพิ่มคอลลาเจนให้เพียงพอและลดการเกิดริ้วรอยแห่งวัยได้นั่นเอง

2.เบต้าแคโรทีน

ถึงแม้ว่าเบต้าแคโรทีนจะขึ้นชื่อในเรื่องของการบำรุงดวงตา แต่ในขณะเดียวกัน เบต้าแคโรทีนก็มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่เป็นตัวทำลายเซลล์ผิวอีกด้วย ดังนั้นเมื่อได้รับเบต้าแคโรทีนอย่างเพียงพออนุมูลอิสระก็จะถูกกำจัดให้เหลือน้อยลง จึงทำให้ผิวยังคงเต่งตึงและไม่เกิดริ้วรอยได้ง่าย ซึ่งก็อาจกล่าวได้ว่าได้ผลลัพธ์แบบสุดคุ้มกันเลยทีเดียว และจะยิ่งมีประสิทธิภาพมากขึ้นไปอีก เมื่อทำงานร่วมกับคอลลาเจน

3.ไลโคปีน

เพราะริ้วรอยส่วนใหญ่เกิดจากการที่ผิวถูกทำร้ายโดยอนุมูลอิสระจนทำให้ผิวเสื่อมสภาพไปและเกิดริ้วรอยได้ง่าย ดังนั้นการจะต่อต้านริ้วรอยจึงทำได้ด้วยการทานอาหารที่มีส่วนช่วยในการต่อต้านอนุมูลอิสระนั่นเอง ซึ่งไลโคปีน ก็เป็นสารต้านอนุมูลอิสระชนิดหนึ่ง ที่จะทำหน้าที่จัดการกับอนุมูลอิสระและปกป้องผิวจากการเกิดริ้วรอยได้อย่างดีเยี่ยม เพราะฉะนั้นมาทานไลโคปีนเสริมให้มากๆ กันดีกว่า

วิตามินบำรุงผิวขาว

ไม่ว่าใครก็อยากมีผิวขาวกระจ่างใส ซึ่งก็ทำได้ไม่ยาก ด้วยการบำรุงผิวจากการทานวิตามินเสริมที่มีส่วนช่วยในการปรับสีผิวให้ขาวเนียนสวยมากขึ้น โดยมีวิตามินดังนี้

1.กลูต้าไธโอน

เป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีคุณสมบัติในการปรับสีผิวให้ดูขาวกระจ่างใสยิ่งขึ้น พร้อมทั้งเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายได้ดีอีกด้วย โดยทั้งนี้กลูต้าไธโอนจะเข้าไปยับยั้งเอนไซม์ชนิดหนึ่งที่ทำให้เม็ดสีผิวเข้มขึ้น จึงทำให้เม็ดสีมีสีที่อ่อนลงและเปลี่ยนเป็นสีชมพูขาว ส่งผลให้ผิวดูขาวกระจ่างใสและลดความหมองคล้ำของผิวได้ดีนั่นเอง ดังนั้นการทานกลูต้าเสริมจึงเป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะช่วยบำรุงผิวให้ขาวสวยขึ้นได้

2.สังกะสี

แร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย และมีคุณสมบัติในด้านของความสวยความงามเช่นกัน โดยแร่ธาตุสังกะสีจะช่วยบำรุงผิวให้ขาวกระจ่างใส มีสุขภาพผิวที่ดี ไม่เกิดสิวได้ง่าย และช่วยสมานแผลให้หายเร็วขึ้นอีกด้วย ซึ่งก็จะช่วยลดเลือนรอยแผลเป็นและรอยดำจากสิวได้ดี โดยทั้งนี้แร่ธาตุสังกะสีก็สามารถหาทานได้ง่ายจากอาหารทะเล เนื้อสัตว์ นมผง แป้งงา เมล็ดฟักทอง ผงโกโก้ ตับลูกวัว ไข่ และถั่วลิสง เป็นต้น หรือจะทานในรูปของวิตามินเสริมก็ได้เช่นกัน

3.โคเอนไซม์ คิวเทน

โคเอนไซม์ คิวเทน มีคุณสมบัติในการบำรุงผิวพรรณและเพิ่มความขาวกระจ่างใสให้กับผิว ทั้งยังสามารถลดเลือนริ้วรอยและชะลอการเสื่อมของเซลล์ผิวได้ดีอีกด้วย โดยทั้งนี้ในแต่ละวันควรทานโคเอนไซม์ คิวเทน ที่ 30 มิลลิกรัมเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ซึ่งก็สามารถหาทานได้ง่ายในรูปของอาหารเสริม และทานได้จากอาหารทั่วไป เช่น เนื้อสัตว์ น้ำมันปลา อาหารทะเล นม ไข่ และน้ำมันถั่วเหลือง เป็นต้น

ทริคดูแลผิว เพื่อผิวสวยจากภายในสู่ภายนอก

อยากมีผิวสวยจากภายในสู่ภายนอก นอกจาะจะทานวิตามินเหล่านี้แล้ว ก็ยังมีวิธีอื่นๆ ในการดูแลผิวอีกด้วย ซึ่งเราก็ได้รวบรวมมาแนะนำกันดังนี้

1.ดื่มน้ำให้เพียงพอเสมอ โดยในแต่ละวันควรดื่มน้ำให้ได้อย่างน้อยวันละ 2 ลิตร หรือ 8 แก้ว เพราะน้ำจะเข้าไปสร้างความสมดุลให้กับผิว และเติมความชุ่มชื้นให้ผิวอยู่เสมอ จึงทำให้ผิวสวยใส เปล่งปลั่งและมีสุขภาพดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยชะลอการเกิดริ้วรอย แก้ปัญหาผิวแห้งกร้านและลบเลือนรอยสิวได้อีกด้วย

2.ออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องเป็นประจำ เพราะการออกกำลังกายจะทำให้สารพิษต่างๆ ถูกขับออกมาทางเหงื่อมากขึ้น และกระตุ้นให้ระบบไหลเวียนเลือดทำงานได้ดีกว่าเดิม จึงทำให้ผิวดูสวยใสและแก้ปัญหาผิวต่างๆ ได้อย่างดีเยี่ยม ไม่ว่าจะเป็นสิว ฝ้า จุดด่างดำ กระ หรือรอยดำรอยแดงจากสิวก็ตาม

3.ล้างหน้าอย่างถูกวิธี โดยใน 1 วันควรล้างหน้า 2 ครั้ง และล้างด้วยน้ำสะอาด พร้อมด้วยสบู่อ่อนๆ ไม่ควรใช้สบู่ที่มีฤทธิ์แรงจนเกินไป เพราะอาจเกิดการแพ้หรือทำให้ผิวบอบบางลงอีกด้วย

4.ทาครีมกันแดดก่อนออกจากบ้านเสมอ เพื่อปกป้องผิวจากการถูกทำร้ายด้วยรังสี UV โดยอาจเลือกครีมกันแดดที่มีส่วนผสมของสารบำรุงผิว เพื่อการดูแลผิวไปในตัวด้วยก็ได้ อยากมีผิวสวยพร้อมจัดการกับปัญหาต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย ลองทานวิตามินที่มีส่วนช่วยในการแก้ปัญหาผิวเหล่านี้กันดูสิ แล้วคุณจะหมดกังวลกับปัญหากวนใจไปได้เลย ซึ่งวิตามินเหล่านี้ก็สามารถหาทานได้ง่ายในรูปของอาหารเสริม แต่ก็ไม่ควรทานมากเกินไป เพราะจะทำให้เกิดผลเสียตามมาได้ เอาเป็นว่ามาทานวิตามินอย่างพอเหมาะ และดูแลผิวเป็นประจำ เพื่อการมีผิวสวยสุขภาพดีกันดีกว่า